กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์เตีอนภัยพิบัติแห่งชาติ - National Disaster Warning Center
เมื่อเวลา 00.01 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.0 ความลึก 1 กิโลเมตร ที่ละติจูด 20.00 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.27 องศาตะวันออก บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อำเภอปาง เมื่อเวลา 13.33 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 6.6 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่ละติจูด 0.19 องศาเหนือ ลองจิจูด 96.82 องศาตะวันออก บริเวณ นอกชายฝั่งด้านตะวันตกทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา 06.58 น. 14 พ.ค. 64 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 6.0 ความลึก 10 กม. บริเวณ Near East Coast of Honshu, Japan ห่างจากไทย ประมาณ 4,256 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ศภช./ปภ. 10.42 น. 13 พ.ค.64 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.3 ความลึก 10 กม. บริเวณมณฑลยูนนาน, ประเทศจีน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ห่างจากไทย ประมาณ 412 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่ม 08.09 น. 12 พ.ค.64 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.8 ความลึก 10 กม. บริเวณ Mindoro, Philippines ห่างจากไทย ประมาณ 1,600 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป เมื่อเวลา 07.23 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.8 ความลึก 12 กิโลเมตร ที่ละติจูด 20.77 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.67 องศาตะวันออก บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 08.24 น. 5 พ.ค.64 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.8 ความลึก 10 กม. บริเวณ ตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากไทย ประมาณ 866 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 03.49 น. 3 พ.ค.64 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.1 ความลึก 10 กม. บริเวณ ตอนเหนือของ เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 515 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากม
นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข
ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

คลังความรู้

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

กลุ่ม

เดือนเมษาฯ กับพายุ

เดือนเมษาฯ กับพายุ
เดือนเมษาฯ กับพายุ
  เมื่อพูดถึงพายุ ทุกคนคงเข้าใจดีว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีลมพัดแรงจัดจนทำให้เกิดอันตรายหรือ   ความเสียหายขึ้นได้ อาการที่เกิดลมพัดแรงจัดนั้นอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานับชั่วโมงหรือเป็นเวลาสั้นๆ หรือกระโชกแรงเป็นพักๆ แล้วทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ขอทบทวนอีกครั้งว่าลมก็คือมวลอากาศที่เคลื่อนตัวจากบริเวณอากาศเย็นไปสู่หย่อมอากาศร้อน อากาศยิ่งร้อนมากเท่าใดมวลอากาศก็ยิ่งไหลเข้าหาเร็วและแรงยิ่งขึ้น
 
          เดือนเมษายนเป็นช่วงกลางฤดูร้อนของเราซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ดวงอาทิตย์กำลังตรงศีรษะ แผ่นดินอมความร้อนไว้พอสมควรได้คายความร้อนออกมาสมทบกับความร้อนจากดวงอาทิตย์โดยตรงทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าว (มีไอน้ำในอากาศมาก) พายุจึงเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่เราเรียกกันว่าพายุฤดูร้อน เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาบ่าย-เย็น เวลาใดก็ได้ เกิดที่ใดก็ได้ที่ร้อนอบอ้าว และมีอากาศเย็นเข้ามา จะมีความรุนแรงเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศที่มาพบกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ โดยทั่วไปก็จะเป็นพื้นที่โล่งและค่อนข้างแห้งแล้ง พายุนี้จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับฝนฟ้าคะนองซึ่งจะสังเกตได้จากอากาศร้อนอบอ้าว ลมนิ่ง และมีเมฆก่อตัวสูงและมียอดแผ่ออกไปเป็นรูปคล้ายทั่งตีเหล็ก มีฟ้าแลบแปลบปลาบบริเวณฐานเมฆ และเคลื่อนตัวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งตามกระแสลม เมื่อเมฆก่อตัวเต็มที่เป็นพายุจะเห็นม่านฝนจากฐานเมฆลงสู่พื้นทแยงไปในทิศที่กำลังเคลื่อนตัวไปพร้อมทั้งมีฟ้าแลบ ฟ้าร้องตามมา กระแสลมเริ่มพัดแรงขึ้นตามลำดับ อาจมีลมกระโชกเป็นครั้งคราวแล้วจึงมีฝนตามมาอย่างหนาเม็ด จึงเรียกว่าพายุฝนฟ้าคะนอง ในบางโอกาสมีแต่ฝนฟ้าคะนองลมไม่แรงจนเป็นพายุ หรือบางครั้งก็มีแต่ลมกระโชกแรงแต่มีฝนเล็กน้อยแล้วแต่กรณี
 
          สำหรับประเทศไทยของเรานั้น ลิ่มความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือก่อน (แผ่ลงมาเป็นครั้งคราวในฤดูร้อน) พายุฤดูร้อนจึงเกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางตอนบนเสียเป็นส่วนใหญ่ สำหรับปี ๖๔ นี้ พอเริ่มเดือนมีนาคมก็เริ่มเกิดพายุฤดูร้อนแล้วตั้งแต่วันที่ ๒ เหมือนกับเมื่อปีที่แล้วที่มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในหลายจังหวัดในช่วงวันดังกล่าว ซึ่งเมื่อย้อนไปดูแผนที่อากาศของกรมอุตุฯ ก็จะเห็นว่ามีลักษณะใกล้เคียงกันคือมีหย่อมความกดอากาศต่ำ (ไม่ต่ำกว่า 1,000 มิลิบาร์) อยู่บริเวณตอนเหนือของประเทศและมีลิ่มความกดอากาศสูง (ไม่แรง) แผ่ลงมาปะทะ ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นบริเวณรอบๆหย่อมความกดอากาศต่ำซึ่งจะเป็นบริเวณใดนั้นขึ้นอยู่กับตำบลที่หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอยู่ประมาณ ๑๐-๒๐ ตร.กม. แต่มีบางโอกาส ที่ไม่มีหย่อมความกดอากาศต่ำแต่มีแนวปะทะชัดเจนของลมตะวันออกหรือลมใต้ที่หอบเอาไอน้ำขึ้นไป  ก็จะทำให้เกิดพายุได้ในพื้นที่ใกล้เคียงกับแนวปะทะนั้น บางครั้งก็จะมีกระแสลมตะวันตกมาจากประเทศเมียนมา  ตอนเหนือเป็นลมเย็นมาปะทะลมร้อนในภาคเหนือทำให้เกิดพายุได้เช่นเดียวกัน
 
          โดยสรุปกล่าวได้ว่าการเกิดพายุฤดูร้อนได้นั้นต้องเป็นพื้นที่ที่มีอากาศร้อนอบอ้าวต่อเนื่องกัน ๒-๓ วัน มีมวลอากาศเย็นเข้ามาปะทะ หรือมีมวลอากาศร้อนชื้นไหลเข้ามาปะทะอากาศที่เย็นกว่าในพื้นที่นั้นๆ โดยมากจะเป็นพื้นที่ซ้ำๆกัน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่างหรือภาคกลางตอนบน และมักจะเกิดขึ้นในตอนบ่ายถึงค่ำ พายุจะพัดอยู่ประมาณ ๑/๒ ถึง ๒ ชม. มีลมกระโชกและฝนหนักตามมา มีฟ้าแลบ-ฟ้าผ่า และอาจมีลูกเห็บตกได้ การเตือนภัยล่วงหน้าทำได้เพียงแต่บอกว่าเป็นช่วงฤดูร้อนแล้วจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองขึ้นได้ตลอดช่วงฤดูนี้ จะเกิดในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ดังนี้... ซึ่งจะเป็นกี่จังหวัดก็ตามดังที่กรมอุตุฯ ประกาศออกมาเป็นครั้งคราวนับเป็นสิบๆจังหวัดฟังดูน่ากลัว แต่ความหมายคงบอกว่าอาจเกิดพายุฤดูร้อนในจังหวัดนั้นๆ     ได้เท่านั้น แต่อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ จะเกิดที่อำเภอใดตำบลใดคงจะบอกชัดเจนไม่ได้ เพราะพายุลักษณะนี้เป็นแบบกองโจร คาดการณ์ไม่ค่อยได้ว่าจะไปเกิดที่ไหนอย่างไร จากข้อมูลของปี ๖๓ ปรากฏว่าพายุเกิดขึ้นอย่าง  มีนัยสำคัญตั้งแต่เดือน มี.ค. และต่อเนื่องไปจนปลายเดือน พ.ค. ซึ่งเริ่มฤดูฝนในเดือนมี.ค. เกิดขึ้นกว่า ๘๐ พื้นที่ของ ๓๗ จังหวัด เดือน เม.ย. เกิดขึ้นกว่า ๔๐๐ พื้นที่ใน ๕๘ จังหวัด และเดือน พ.ค. เกิดกว่า ๕๐๐ พื้นที่ของ ๕๒ จังหวัด จากข้อมูลนี้สังเกตว่าพายุจะเกิดถี่ขึ้นตามลำดับโดยขยายพื้นที่ออกไป และสุดท้ายพื้นที่จังหวัดไม่ขยายแต่เพิ่มพื้นที่ในแต่ละจังหวัดที่ได้รับภัยจากพายุซึ่งบางจังหวัดถูกพายุกระหน่ำซ้ำถึง๗๐กว่าพื้นที่ที่เดียว (นครราชสีมา)
 
           สำหรับปีนี้ลักษณะอากาศใกล้เคียงกัน คาดว่าการเกิดพายุจะไม่แตกต่างกันมาก  เราจึงประเมินได้ว่าพายุจะเกิดขึ้นมากในเดือน เม.ย. และต่อเนื่องไปจนถึงเดือน พ.ค. ซึ่งเมื่อฝนมาเราไม่กลัวเพราะกำลังแล้งต้องการน้ำ แต่ลมพายุนี่ซิที่ควรกังวล เพราะอาคารบ้านเรือนจะเสียหายเป็นที่เดือนร้อนกันทั่วหน้า ซึ่งจะต้องเตรียมการเอาไว้ให้ดี ดังนั้นพอจะอนุมานได้ว่าพายุเกิดขึ้นเพราะแผ่นดินมีความร้อนมาก แล้วมีลิ่มความกดอากาศสูงแผ่เข้ามาเป็นช่วงๆ อย่างไรก็ตามคนในพื้นที่ย่อมรู้ตัวดีอยู่แล้ว ต้องเตรียมรับมือเอาไว้เมษาฯ มากับพายุแน่ๆ การตรวจสอบความแข็งแรงของสิ่งก่อสร้างและอาคารบ้านเรือน ความเสี่ยงจากการโค่นล้มของต้นไม้และป้ายโฆษณา การป้องกันสัตว์เลี้ยงและการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต้องเอาใจใส่ พายุนี้เหมือนโจรจะเข้าปล้นที่ไหนเมื่อใดก็เดายาก เตรียมรับมือดีๆ อย่างมีสติ เจ้าหน้าที่เขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออยู่แล้วครับ

16มีนาคม2564
บทความโดย:
พลเรือเอกเกาะหลัก เจริญรุกข์
ผู้เชี่ยวชาญฯพิเศษ
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ