กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์เตีอนภัยพิบัติแห่งชาติ - National Disaster Warning Center
22.51 น. 26 ต.ค. 64 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.0 ความลึก 10 กม. บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 380 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ เมื่อเวลา 12.11 น. แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 6.1 ความลึก 66 กิโลเมตร ที่ละติจูด 24.48 องศาเหนือ ลองจิจูด 121.88 องศาตะวันออก บริเวณ Taiwan ประมาณ 1,953 กิโลเมตร ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเต เมื่อเวลา 17.37 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.5 ความลึก 2 กิโลเมตร บริเวณประเทศลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ บ้านน้ำช้าง ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ประมาณ 11 กิโลเมตร ไม่มีผลกระทบต่อประเ 07.16 น. 19 ต.ค. 64 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.5 ความลึก 8 กม. บริเวณ ประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 176 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ. จะ 16.00 น. 18 ต.ค. 64 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.5 ความลึก 3 กม. บริเวณ ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เบื้องต้นได้รับรายงานความรู้สึกสั่นไหวบริเวณ อ.แม่ลาว อ.แม่สรวย อ.พาน จ.เชียงราย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช เมื่อเวลา 01.54 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.4 ความลึก 2 กิโลเมตร ที่ละติจูด 20.15 องศาเหนือ ลองจิจูด 97.74 องศาตะวันออก บริเวณบริเวณ ประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องส เมื่อเวลา 16.10 น. แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 7.0 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่ละติจูด 56.53 องศาเหนือ ลองจิจูด 156.79 องศาตะวันตก บริเวณบริเวณ Alaska Peninsula ห่างจากไทย ประมาณ 9,252 กิโลเมตร ไม่มีผลกระทบต่อปร เมื่อเวลา 17.04 น. แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.5 ความลึก 68 กิโลเมตร ที่ละติจูด 4.30 องศาเหนือ ลองจิจูด 95.51 องศาตะวันออก บริเวณตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมื
นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข
ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

คลังความรู้

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

กลุ่ม

พฤษภาคม – ลมแปรปรวน

พฤษภาคม – ลมแปรปรวน
พฤษภาคม – ลมแปรปรวน
 
ที่ผ่านมาเราพูดถึง ฝน – พายุ อุทกภัยและภัยแล้งเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เราพูดถึงลมที่ไม่ใช่พายุน้อยมากหรือเกือบไม่ได้พูดถึงกันเลย ความจริงแล้ว ลมต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญต่อลักษณะอากาศในแต่ละพื้นที่เป็นอันมาก ในทำนองเดียวกัน พื้นที่ก็มีอิทธิพลต่อกำลังแรงและทิศทางของลมเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นลมในระดับความสูงจากพื้นดินแต่ละระดับก็อาจพัดไปในทิศทางเดียวกันหรือสวนกันหรือหมุนวนได้ วันนี้จะขอพูดถึงลมระดับผิวพื้นจนถึงสูงขึ้นไปประมาณ 500 – 1000 เมตร ที่เราสามารถสัมผัสอาการหรือผลของมันได้ถ้าจะพูดให้เป็นวิชาการหน่อย เขาแบ่งลมออกเป็น 3 ประเภท คือ ลมประจำฤดูกาลซึ่งจะพัดมาตามฤดูกาล ลมประจำถิ่นซึ่งพัดในพื้นที่แล้วเรียกชื่อต่างๆ กันออกไป และลมประจำเวลาที่พัดตามเวลาของเขา เช่น ลมบก ลมทะเล ลมภูเขา และลมหุบเขา เป็นต้น เป็นที่สังเกตว่าในช่วงเดือน มีนาคมและเมษายน เป็นช่วงเวลาที่ลมกำลังเปลี่ยนทิศทางวนตามนาฬิกาจากตะวันออกเฉียงเหนือมาตะวันออก และไปตะวันตกเฉียงใต้ นั่นคือกระบวนการเปลี่ยนทิศทางพัดจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมาเป็นตะวันตกเฉียงใต้นั่นเอง ดังนั้นในเดือนพฤษภาคมจึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ที่ลมประจำถิ่นมีความชัดเจนขึ้น ลมประจำถิ่นนี้มีอิทธิพลสำคัญต่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่น โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ ที่อยู่ติดกับทะเล

          เดือนพฤษภาคมลมใต้หรือลมร้อนซึ่งพัดตั้งแต่เดือนมีนาคมก็ยังคงพัดอยู่และกำลังจะต่อไปเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (เข้าฤดูฝน) ในขณะเดียวกันมีลมประจำถิ่นคือ ลมตะเภาที่พัดจากตะวันออกเฉียงใต้พัดกลางวันถึงค่ำ ผ่านทะเลเข้าสู่อ่าวไทยเลยขึ้นไปทางตอนบนของประเทศสัมผัสกับลมเย็นทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองหรือพายุฤดูร้อนในช่วงเวลานั้น บัดนี้ลมตะเภานี้กำลังจะผ่านพ้นไป แล้วลมก็จะเปลี่ยนทิศไปเป็นลมพัดมาจากทิศใต้จนถึงเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนเรียกว่าลมสลาตัน ซึ่งพัดรุนแรงเป็นครั้งคราวในทะเล ส่วนพายุฤดูร้อนที่ลมกระโชกรุนแรงบนบกจะคอยบรรเทาลงไปกลายเป็นพายุฝนของต้นฤดูฝนลมพัทยาเป็นลมประจำถิ่นอีกประเภทหนึ่งที่เริ่มต้นในเดือนนี้ ต่อเนื่องจากลมตะเภา

เป็นลมร้อนชื้นพัดจากตะวันตกเฉียงใต้พัดในช่วงค่ำและเช้ามืด  สลับกับลมสลาตันในช่วงดึก   เป็นลมที่พัดไม่รุนแรง ชาวเรือสมัยก่อนได้อาศัยลมนี้ในการเดินเรือ (ใบ) ลมพัทยานี้จะพัดไปถึงประมาณเดือนกันยายน ในช่วงเวลาเดียวกัน หากลมพัทยานี้อ่อนกำลังลงหรือมีเหตุปัจจัยมาทำให้ลมเปลี่ยนทิศ ซึ่งโดยมากจะเปลี่ยนเป็นลมพัดมาจากทางตะวันตกของภาคใต้ตอนบน ออกทะเล
อ่าวไทยเรียกว่าลมเซิงพัทยา และหากลมนี้พัดเบาและเป็นลมเย็น ซึ่งส่วนใหญ่จะพัดมาจากเทือกเขาตะนาวศรีได้หอบเอาไข้ป่า (มาลาเลียมียุงเป็นพาหะ) มาด้วย ชาวบ้านจะเรียกว่าลมตะวันตก ลมนี้จะพัดเอื่อยๆ ตั้งแต่ตอนเย็นจนถึงรุ่งเช้าต่อเนื่องหลายๆวันหรือเว้นวันสลับแล้วก็หายไปตามเหตุปัจจัยที่เกิดลมประเภทอื่นมาแทน ยิ่งไปกว่านั้นลมตะโก้พัดหลวงและลมพัดหลวงจะปรากฏแซง เสริมมาได้ ในเดือนนี้ขณะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังกำลังเริ่มตั้งตัวเข้ามา


ลมตะโก้พัดหลวง เป็นลมเย็นพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และลมพัดหลวงเป็นลมเย็นเช่นเดียวกันแต่ทิศทางที่พัดมาค่อนขึ้นไปทางเหนือ (NNV) มากกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการเรียกชื่อลมนั้น ทางวิชาการแบ่งเรียกไปตามช่วงเวลาและทิศทางที่ลมพัด ส่วนประชาชนในพื้นที่เขายังพิจารณาความรุนแรงของลมและลักษณะการเกิดและการพัดของลมอีกด้วย เพราะชาวบ้านเขามองในด้านการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของเขา ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน
แล้วเรียกชื่อลมที่พัดผ่านเป็นลมประจำถิ่นของเขาไม่เหมือนกัน แต่ก็มีส่วนเหมือนและส่วนคล้ายกันมาก

          โปรดอย่าลืมว่าลมก็คืออาการเคลื่อนตัวของมวลอากาศอันเนื่องจากความร้อนของอากาศ เป็นลมที่พัดไปมาอยู่ตลอดเวลาไม่แบ่งเป็นรูปร่างของลมแตกต่างกัน ไม่แบ่งเป็นสีสันที่เรามองเห็นแยกแยะลมแต่ละประเภท แต่ชาวบ้านจะดูช่วงเวลาที่ลมพัด ทิศทาง ความรุนแรงและอาการพัดของลมเป็นตัวกำหนดชื่อ ดังนั้นลมประเภทหนึ่งที่กำลังพัดอยู่เมื่อเปลี่ยนทิศทางไปเปลี่ยนพฤติกรรมการพัดไปด้วยเหตุปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ เขาก็จะเรียกอีกชื่อหนึ่ง เปลี่ยนชื่อเรียกไปตามอาการดังกล่าว เพราะชื่อลมแต่ละประเภทบอกให้ชาวบ้านรู้ว่าลมนั้นจะมีอิทธิพลหรือส่งผลอะไรต่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของเขา โดยเฉพาะในสมัยก่อน เมื่อยังต้องใช้ลมเป็นพลังงานหลักในการเดินเรือ และในการทำประมงที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในทะเล ณ ช่วงเวลานั้นๆ อนึ่งยังมีลมอีกประเภทหนึ่งที่เริ่มพัดประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคม เป็นลมที่พัดจากทิศเหนือผ่านลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลงมาทางใต้ พัดต่อเนื่องโดยเฉพาะเวลากลางวันจะพัดแรงกว่าเวลากลางคืนชาวบ้านเรียกว่า ลมว่าว หรือลมข้าวเบา ก็เป็นลมประจำถิ่นของคนภาคกลาง

          ส่วนลมอีกประเภทหนึ่ง ที่เรียกว่าลมประจำเวลา คือเมื่อถึงเวลานั้นๆ ลมก็จะพัดมาเป็นต้น ว่าลมทะเลที่พัดจากทะเลเข้าหาฝั่งในเวลากลางวัน ตั้งแต่ตอนสายๆ ไปถึงค่ำ หรือลมบกเป็นลมที่พัดจากบกไปสู่ทะเลในเวลากลางคืนตั้งแต่ประมาณค่ำๆ ไปจนถึงเช้ามืด นี่สำหรับพื้นที่ริมทะเลชายฝั่งที่มีโอกาสสัมผัสลมนี้โดยตรง สำหรับพื้นที่ที่เป็นป่าเขาสูงอยู่ในหุบหรือในช่องเขา เช่น ในภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะมีลมหุบเขาพัดจากพื้นราบเชิงเขาขึ้นไปสู่ยอดเขาในเวลากลางวัน และพัดจากยอดเขาลงมายังหุบหรือพื้นที่หว่างเขาในเวลากลางคืน เรียกลมภูเขาซึ่งเป็นที่น่าสนใจ เพราะหากลมนี้มีกำลังแรงและเกิดสม่ำเสมอก็อาจจะช่วยพัดพาเอามลภาวะในอากาศในชุมชนหรือในพื้นที่เชิงเขาให้กระจายออกไปได้เป็นการลดภาวะมลพิษในอากาศได้เป็นอย่างดี กรณีเช่นนี้ในแต่ละพื้นที่น่าจะลองศึกษาและวิจัยดู เพื่อว่าอาจทำให้การทำนายมลพิษในอากาศมีความแม่นยำมากขึ้น

          โดยสรุปลมที่พัดผ่านตลอดปีเป็นไปตามลมตามตามฤดูกาล การเปลี่ยนจากฤดูกาลหนึ่งไปสู่อีกฤดูกาลหนึ่งลมย่อมแปรปรวน การแปรปรวนนั้นเรียกกันว่าลมแทรกหรือลมแซง เป็นไปตามพื้นที่และเมื่อมีลักษณะประจำจึงเรียกว่าลมประจำถิ่น และลมประจำเวลา ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะดังกล่าวแล้วลมเย็นพัดมารู้สึกสบายกาย ลมร้อนพัดมาพร้อมความชื้นนำฝนมาให้ ลมแรงพัดมาเราได้อาศัยเป็นพลังงานในการผลิตกระเสไฟฟ้า ในการเดินเรือ ลมพายุพัดมานอกจากจะทำความเสียหายแก่สิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนแล้ว แต่ก็จะทำให้ต้นไม้ใหญ่น้อย (ไม่แข็งแรง) โค่นล้ม กิ่งไม้แห้งผุจะหักหลุดเป็นการสร้างสมดุลตามธรรมชาติของป่า ลมมีผลต่อเรามากมายที่เราควรรู้จักลมเอาไว้อย่างน้อยเพื่อประดับสติปัญญา แต่ขณะนี้คงต้องช่วยกันป้องกันและบรรเทา “ลมโควิด”ที่กำลังรุนแรงขึ้นให้ได้ก่อน ก่อนที่มันจะกลายเป็นลใประจำฤดูกาล ช่วยกันนะครับ ขอบคุณครับ


บทความโดย :พลเรือเอกเกาะหลัก เจริญรุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯ